ไข้หวัดโคโรน่า จากจีนสู่โลก

February 8th, 2020 by

ไข้หวัดโคโรน่า

ไข้หวัดโคโรน่า

ไข้หวัดโคโรน่า กลายเป็นโรคที่เป็นที่พูดถึงมากที่่สุดในรอบเดือนที่ผ่านมาเลยนะครับ ไม่ต่างจากโรคซาร์สที่ระบาดหนักในปี 2002-2003 โดยวันนี้แอดมินจะพาทุกคนมาทำความรู้จักกับ ไวรัสโคโรน่า และความเป็นมาของไข้หวัดที่กำลังระบาดหนักอยู่ในช่วงนี้กันแบบ ละเอียดเจาะลึกเลยนะครับ

ไวรัสโคโรน่า เป็นไวรัสที่มีสารพันธุกรรมเป็นอาร์เอ็นเอ มีเปลือกหุ้มที่ประกอบไปด้วยโปรตีนคลุมด้วยกลุ่ม คาโบไฮเดรทเป็นปุ่มๆยื่นออกจากอนุภาค เมื่อใช้กล้องจุลทรรศน์ส่องจะมองเห็นคล้ายมงกุฏ ซึ่งคำว่ามงกุฏในภาษาลาติน มีชื่อเรียกว่า corona จึงเป็นที่มาของชื่อของไวรัส โคโรน่า
ครั้งแรกที่โรคได้มีการรู้จักกับโลกที่มีไวรัสนี้ คือการพบการติดต่อจากสัตว์สู่คน แต่ยังไม่ได้ร้ายแรงมาก จนกระทั่งปี 2002 โลกได้รู้จักกับโลกที่ระบาดหนักไปทั่วโลกและฆ่าชีวิตคนไปมากมาย นั้นก็คือ โรคซาร์ส
โดย โรคซาร์ส (severe acute respiratory syndrome, SARS) นั้นก็เกิดจากไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ SARS-CoV ที่ข้ามสายพันธุ์จากค้างคาวผ่าน ชะมด มาติดคนโดยมีการเริ่มระบาดจากประเทศจีน ก่อนกระจายไปทั่วโลกจนมีผู้ติดเชื้อกว่า 8 พันคน โดยอัตราการเสียชีวิตของโรคซาร์สนั้น อยู่ที่ร้อยละ 10 สำหรับคนทั่วไป ส่วนในส่วนของผู้สูงอายุ สูงถึงร้อยละ 50

ต่อมาในปี ค.ศ.2012-2014 ไวรัสโคโรน่าก็สำแดงฤทธิ์เดชอีกครั้ง โดยครั้งนี้มาพร้อมสายพันธุ์ใหม่ Middle East respiratory syndrome coronavirus (MERS-CoV) ที่ข้ามสปีชีส์จากค้างคาวสู่อูฐมาติดเชื้อในคน โดยเริ่มต้นแพร่ระบาด จากประเทศ ซาอุดิอาราเบีย มีผู้ติดเชื้อมากถึง 1,733 คนแต่อัตราการเสียชีวิตมากถึงร้อยละ 36 เปอร์เซ็นต์

โดยไวรัสโคโรน่า ถูกแบ่งออกเป็น 4 ยีนัสอันประกอบด้วย Alphacoronavirus, Betacoronavirus, Gammacoronavirus และ Deltacoronavirus 

ไข้หวัดโคโรน่ามีสารพันธุกรรมเป็นอาร์เอ็นเอ ทำให้มีโอกาสกลายพันธุ์ค่อนข้างสูง นอกจากนั้นยังสามารถข้ามสปีชีส์ได้ แต่สำหรับการแพร่ระบาดของโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ 2019 (novel coronavirus 2019, 2019-nCoV) และวิวัฒนาการจากแค่การติดเชื้อจากสัตว์สู่คนกลับกลายเป็นสามารถติดจากคนสู่คนได้

โดยจุดเริ่มต้นของการแพร่ระบาดในครั้งนี้ เกิดขึ้นจากประเทศเดียวกับโรคซาร์ส นั้นก็คือประเทศจีน โดยเริ่มมีการพบว่าเริ่มระบาดที่เมืองอู่ฮั่น โดยคนกลุ่มแรกที่พบการติดไข้หวัดดังกล่าวนั้นเป็นกลุ่มคนงานและลูกค้าของตลาดขายส่งอาหารทะเลฮั่วนาน ตลาดนี้ไม่ได้มีขายแค่อาหารทะเลยังมีการขายเนื้อสัตว์อีกหลายประเภทไม่ว่าจะเป็น จิ้งจอก งู แบดเจอร์ หนู แต่เมื่อทำการตรวจสอบกลับไม่พบเชื้อในเนื้อสัตว์ดังกล่าว จนกระทั่งพบว่าเชื้อโรคดังกล่าว มีการข้ามสปีชีส์ จากค้างคาวไปสู่งูเห่าจึงทำให้เป็นการติดเชื้อจากงเห่าสู่คน โดยแรกเริ่มคนงานรและลูกค้าในตลาดเริ่มติดเชื้อก่อนที่จะกลายพันธุ์มากขึ้นจนติดจากคนสู่คนได้ในที่สุด
ณ ตอนนี้มีผู้ติดเชื้อในประเทศจีนราวๆ 571 รายเสียชีวิตแล้ว 18ราย โดย17รายอยู่ในเมืองอู่ฮั่น และอีก 1 รายเสียชีวิตที่มณฑล เหอเป่ย และส่วนใหญ่เป็นผู้เสียชีวิตที่มีอายุมากทั้งสิ้น นอกจากนั้นยังมีรายงานผู้ติดเชื้อนอกประเทศจีนกว่า 10 ประเทศ ทั้งไทย ญี่ปุ่น ไต้หวัน ฮ่องกง มาเก๊า และ สหรัฐอเมริกา

เบื้องต้น มีการคาดคะเนกันว่ามาจากการที่เหล่าคนจีนชอบสวาปามอาหารสุดพิศดารที่เหล่าคนทั่วไปไม่คิดที่จะกินกันสักเท่าไหร่ ทั้ง ค้างคาว งูเห่า แมว คางคก และอีกมากมาย

โดยไขหวัดโคโรน่า สายพันธุ์ใหม่ 2019 นั้นพึ่งมีการค้นพบ และ ยังไม่มีวัคซีนป้องกัน โดยการติดนั้นอาจจะไม่อันตรายมาก เพราะต้องอยู่ใกล้กับคนที่เป็นโรคนี้ในระยะใกล้พอควรจึงจะมีโอกาสที่จะติด แต่ด้วยโลกปัจจุบัน ที่เบียดเสียดกันแทบจะตลอดทั้งวัน จึงเป็นเรื่องเสี่ยงอันตรายอย่างยิ่งในการที่จะติดกันของเชื้อร้าย

โดยการกินอาหารแปลกของคนจีนนั้น มีมาตั้งแต่ครั้งอดีตกาลที่ปรากฏอยู่หน้าประวัติศาสตร์ แต่ที่แอดมินเห็นแล้วรู้สึกว่าเกินสิ่งที่มนุษย์ควรกิน นั้นก็คือ ซุบพันปี ที่เชื่อว่าหากหลายคนได้เห็นคงมีอาการกระอักกระอวนเป็นแน่ เพราะไอ้เจ้าซุบพันปี ทำมาจาก “เด็กทารก”

ฟังกันไม่ผิดหรอกครับ ใช่แล้วครับซุบดังกล่าวทำมาจากเด็กทารกของมนุษย์นี้แหละครับ โดยเมนูดังกล่าวจะเป็นการนำเอาเด็กทารกมาตุ๋นยาจีน ซึ่งตามความเชื่อของคนจีน เชื่อว่าการกินซุบดังกล่าว จะทำให้อายุยืน ผิวพันธุ์เปล่งปลั่ง ดั่งยาอายุวัฒนะ กินแล้วจะอ่อนเยาว์อีกทั้งช่วยในเรื่องของการมีเพศสัมพันธ์อีกด้วย

โดยครั้งแรกที่แอดมินเห็นภาพของเจ้าซุบดังกล่าวต้องบอกว่าชวนอ้วกมากๆครับ เพราะเขาเอาเด็กทั้งคนมาต้ม แล้วคนกินก็กินเนื้อเด็กแบบเป็นตัว แถะไปตามกระดูก ในฐานะมนุษย์นะครับ เรียนตามตรง รับไม่ได้มากๆ ไม่รู้ว่าไปเอาความเชื่อแบบนี้มาจากไหน และไม่รู้ว่าคนที่กินกินเข้าไปได้ยังไง ไม่แปลกใจหรอกนะครับที่จะกลายเป็นแหล่งพบเชื้อโลกที่แพร่เชื้อบ่อยๆ เพราะอย่างในโรคไข้หวัดโคโรน่าที่คนพากันหวาดกลัวกันทั่วโลกในตอนนี้ ก็มีจุดกำเนิดมาจากประเทศจีนเช่นกัน

หากคุณเป็นคนที่ติดตามเรื่องของการกินแล้วล่ะก็ จะสังเกตุได้ว่า ไม่ว่าจะเป็นค้างคาว งูเห่า หรือแม้กระทั่งแมวนั้น ไม่ใช่อะไรใหม่ที่คนจีนพึ่งกิน เพราะแม้กระทั่งก่อนหน้านี้เอง ก็มีคลิปที่ชายชาวจีน กินลูกหนูบ้านดิบๆ แกมสุรา นอกจากนั้น ยังมีเหล่ายูทูปเบอร์ชาวจีนอีกหลายคนที่ออกมากินอาหารแปลกๆเหล่านี้โชว์ออกสื่อกันอย่างแพร่หลาย เรียกได้ว่าเป็นหนึ่งในประเทศที่ชอบอาหารพิศดารมากเป็นที่สุดประเทศนึงของโลกเลยก็ว่าได้

ไม่ทราบหรอกนะครับ ว่า ไข้หวัดโคโรน่า จะยังสร้างความหวาดกลัวได้อีกมากน้อยแค่ไหน หากแต่ถ้าชาวจีนยังกินอะไรแปลกๆแบบนี้อยู่อีก ไม่นานในอนาคตต้องมีโรคตามมาจากการกินอาหารของคนเหล่านี้ก็เป็นได้ สุดท้ายนี้แอดมินขอบอกกับทุกคนไว้เลยนะครับว่า ไม่ว่าจะอะไรก็ตามเราสามารถตื่นตัวไปกับมันได้ แต่ไม่ใช่ตื่นกลัวจนเกินเหตุ เพราะหากเราหวาดกลัวจนกระทบไปถึงการใช้ชีวิตประจำวันแล้วล่ะก็ รับรองว่ากระทบชีวิตหลากหลายด้านแน่นอน อย่างเช่นที่ประเทศไทยกำลังเผชิญอยู่ในปัจจุบัน และครั้งหน้า แอดมินจะมีเรื่องออะไรมาให้อ่าน อย่าลืมติดตามกันนะครับ วันนี้ สวัสดีครับ